หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กล้วยไม้สกุลช้าง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กล้วยไม้สกุลช้าง แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เอื้องไอยเรศ..มาลัยย้อยห้อยเป็นพวง

เอื้องไอยเรศ : เป็นหนึ่งในกล้วยไม้สายสกุลช้าง (Rhynchostylis)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า : Rhynchostylis retusa (L.) Blume
ชื่อพื้นเมืองของไทยเรียกกันหลายชื่อ : ไอยเรศ, พวงมาลัย, เอื้องพวงหางรอก, เอื้องหางฮอก




เอื้องไอยเรศ เป็นกล้วยไม้ป่าพันธุ์แท้ ที่มีถิ่นกำเนิดกระจายไปทั่วประเทศไทย แต่ที่งดงามช่อแน่นและยาว เห็นว่าจะไอยเรศที่มาจากป่าแถบตะวันตก สำหรับในต่างประเทศก็มีที่ศรีลังกา เนปาล ภูฎาน พม่า จีน ประเทศแถบอินโดจีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และหมู่เกาะบอร์เนียว 

ไอยเรศที่ขึ้นอยู่ในป่า
ไอยเรศชอบอยู่ในป่า และเกาะตามต้นไม้ใหญ่

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์  

  • เป็นกล้วยไม้ที่มีลำต้นใหญ่แข็งแรง คล้ายกล้วยไม้ช้างแต่ใบยาวกว่าและแคบกว่า ใบยาวประมาณ 40 เซนติเมตร กว้างประมาณ 4 เซนติเมตร มีทางสีเขียวแก่สลับกับสีเขียวอ่อนตามความยาวของใบคล้ายกล้วยไม้ช้าง ปลายใบมีลักษณะเป็นฟันแหลมไม่เท่ากัน 
  • ช่อดอกเป็นรูปทรงกระบอก โค้งห้อยลง ยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร ก้านช่อยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร มีดอกแน่นช่อ ในหนึ่งช่อมีดอกประมาณ 150 ดอก มากกว่ากล้วยไม้ช้าง รูปร่างลักษณะของช่อดอกที่ยาวเป็นรูปทรงกระบอกคล้ายกับลักษณะของพวงมาลัย จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “พวงมาลัย”  ในภาษาอังกฤษบางครั้งเรียกว่า Foxtail หรือ foxtail orchid rhynchostylis retusa ต้นใหญ่ ๆ มักจะแตกหน่อที่โคนต้น เกิดเป็นกอใหญ่ขึ้นได้ 
  • ลักษณะของดอก มีขนาดประมาณ 1.2-1.5 เซนติเมตร สีพื้นของกลีบนอกและกลีบในของดอกเป็นสีขาว มีจุดสีม่วงประปราย เดือยดอกมีสีม่วงอ่อน แผ่นปากมีลักษณะโค้งขึ้นบนแล้วยื่นไปข้างหน้า มีแต้มสีม่วงตรงกลางแผ่นปากส่วนโคน และปลายสุดแผ่นปากเป็นสีขาว ปลายแผ่นปากเว้า เส้าเกสรเห็นชัด ดอกจะบานอยู่ได้ประมาณ 2 สัปดาห์  ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ
  • ไอยเรศ พันธุ์ที่ดอกมีสีขาวล้วน จะเรียกว่า "ไอยเรศเผือก" ซึ่งเป็นพันธุ์ที่หายากมาก  เช่นเดียวกับไอยเรศสีแดงล้วนเหมือนช้างแดง มักพบเห็นได้ยาก แต่ที่เห็นมีคือใบของมันจะจะไม่เขียวซะทีเดียว แต่จะอมสีแดงม่วง เรียกว่า "ไอยเรศแดง"
  • ฤดูกาลในการออกดอก จะอยู่ในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม

เอื้องไอยเรศ หรือ เรียกว่า "พวงมาลัย"  Foxtail

ไอยเรศที่ปลูกเลี้ยงภายในบ้าน ได้รับแสงพอควร
วิธีการปลูกเลี้ยง
ไอยเรศปลูกเลี้ยงได้ง่าย ให้ดอกทุกปี 
  • ชอบแสงแดดมากกว่ากล้วยไม้ช้าง จึงควรปลูกไว้ในที่รับแสงแดดมากกว่ากล้วยไม้ช้างเล็กน้อย
  • วิธีการปลูกอาจเกาะไว้กับกิ่งไม้หรือท่อนไม้ ไว้ในบริเวณที่ได้รับแสงแดด หรือจะปลูกลงกระเช้าไม้ แขวนไว้ในบริเวณที่ได้รับแสงแดดเพียงพอ 
  • ควรปลูกในเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ช่วงต้นฤดูฝนจะทำให้ต้นและรากเติบโตดี


ไอยเรศเผือก

ไอยเรศเผือก
   
                     <<คราวนี้พามาชมความงามของดอกกันให้ชัด ๆ แบบเต็มตาเลยนะคะ>>


ไอยเรศฝักข้าวโพด มีช่อดอกแน่นมากค่ะ
ภาพถ่ายจากร้าน orchidbangkok.com ค่ะ


ช่อดอกเอื้องไอยเรศ หรือ พวงมาลัย


ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากเว็บไซด์
นานาพรรณไม้, วิกิพีเดีย, Flickr ที่แชร์รูปภาพสวย ๆ และเว็บไซด์อื่นที่มิได้เอ่ยนามค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556

กล้วยไม้สายพันธุ์ช้าง (Rhynchostylis gigantea)

ช้าง (Rhynchostylis gigantea)

เป็นชื่อกล้วยไม้ชนิดหนึ่งใน 4 ชนิด ของกล้วยไม้สายสกุลช้าง (Rhynchostylis) เป้นกล้วยไม้ช้างมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย พม่า ทางตอนใต้ของจีน ประเทศในแถบอินโดจีน อินโดนีเซีย และหมู่เกาะทะเลจีนใต้ สำหรับในประเทศไทยพบกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติในแถบภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น หนองคา มุกดาหาร สกลนคร เลย นครราชสีมา ต่ำลงมาจนถึงตอนเหนือของภาคกลาง เช่น นครสวรรค์ ชัยนาท และภาคตะวันออก เช่น ปราจีนบุรี และแถบจังหวัดกาญจนบุรี  พบว่าขึ้นกระจายทั่วไปในป่าที่มีระดับความสูงประมาณ 260-350 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งกระจายพันธุ์อยู่ทุกภาคของไทย ยกเว้นภาคใต้




ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
  • กล้วยไม้ช้าง มีรูปร่างใหญ่โตกว่ากล้วยไม้ชนิดอื่นๆ ในสกุลเดียวกัน 
  • ใบหนา แข็ง ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร กว้างประมาณ 5-7 เซนติเมตร ปลายใบเป็นแฉก 2 แฉก มน และสองแฉกของใบไม่เท่ากัน 
  • ราก เป็นรากอากาศ มีขนาดใหญ่ ปลายรากมีสีเขียว 
  • ช่อดอก เป็นรูปทรงกระบอกโค้งลง ช่อดอกยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร มีดอกแน่นช่อ ช่อละ 25-60 ดอก ขนาดดอกประมาณ 2.5-3.0 เซนติเมตร กลีบนอกคู่ล่างกว้างยาวพอๆ กันกับกลีบนอกบน ส่วนกลีบในเรียวกว่ากลีบนอก เดือยดอกอยู่ในลักษณะเหยียดตรงไปข้างหน้า ปลายแผ่นปากหนา แข็งและปลายสองข้างเบนเข้าหากัน ปลายปากมี 3 แฉก สองแฉกข้างมน แฉกกลางมนและมีขนาดเล็กกว่ามาก ใกล้โคนปากด้านบนมีสันนูนเตี้ยๆ 2 สัน 
  • ดอกมีกลิ่นหอมฉุน หอมไกล ดอกบานในระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ และบานทนได้ประมาณสองหรือสามสัปดาห์ 

ช้าง(Rhynchostylis gigandtea) แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ตามลักษณะสีของดอก คือ ช้างกระ ช้างแดง และช้างเผือก ทั้งสามประเภทเป็นพันธุ์แท้พันธุ์เดียวกัน มีลักษณะลำต้น ใบ ราก ช่อดอก และดอกคล้ายคลึงกัน แต่ต่างกันตรงที่สีของดอก ดังนี้

  • ช้างกระ มีดอกมีพื้นสีขาวประด้วยจุดสีม่วงแดง เป็นเม็ดเล็กหรือใหญ่ก็ได้ ที่กลีบดอกทุกกลีบ บางต้นอาจมีเพียง 2-3 จุดหรือมีมากมายเต็มกลีบดอกก็ได้ ปากมีสีม่วงแดง มีทั้งสีอ่อนและสีเข้ม



  • ช้างแดง ดอกมีสีม่วงแดงทั้งดอกหรือเกือบทั้งดอก อาจมีสีขาวหลงเหลืออยู่บ้างที่โคนกลีบดอก แต่ถ้าไม่มีสีขาวปนอยู่เลยจะถือว่าดีมาก



  • ช้างเผือก มีดอกสีขาวล้วนบริสุทธิ์ แต่อาจจะมีเขียวหรือเหลืออ่อนที่ปาก




นอกจากนี้ยังมี ช้างประหลาด ซึ่งเกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างช้างแดงกับช้างกระ สีของดอกมีจุดสีม่วงแดงใหญ่กว่าช้างกระ บางต้นจุดสีมีขนาดใหญ่จนเกือบเต็มกลีบดอก คล้ายกับสีของดอกช้างแดง แต่ยังมีสีขาวของพื้นกลีบดอกเหลืออยู่






ขอขอบคุณข้อมูลจาก..
http://orchid1234.comyr.com, http://www.nanapanmai.com
และเว็บไชด์ต่างๆ ที่สนับสนุนรูปภาพสวย ๆ
http://www.flickr.com

วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ชวนมาชม..กล้วยไม้สกุลช้าง Rhynchostylis

กล้วยไม้สกุลช้าง (Rhynchostylis) มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย พม่า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ประเทศในแถบอินโดจีน อินเดีย ศรีลังกา ภาคใต้ของหมู่เกาะในทะเลจีน และหมู่เกาะอินเดียตะวันออก สำหรับในประเทศไทยพบว่า กล้วยไม้สกุลช้างมีกระจายพันธุ์อยู่ทุกภาคของประเทศ บางภาคอาจมีกล้วยไม้สกุลช้างชนิดหนึ่ง แต่อาจไม่มีอีกชนิดหนึ่ง




กล้วยไม้สกุลช้างที่พบตามธรรมชาติเพียง 4 ชนิด คือ


  • ช้าง (Rhynchostylis gigantea) 
  • ไอยเรศหรือพวงมาลัย (Rhynchostylis retusa) 
  • เขาแกะ (Rhynchostylis coelestis) และ 
  • ช้างฟิลิปปินส์ (Rhynchostylis violacea) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์



  • ลักษณะทางพฤษศาสตร์
    กล้วยไม้สกุลช้างมีลักษณะที่แตกต่างไปจากกล้วยไม้สกุลอื่น ๆ
    • ลำต้น สั้นแข็งแรง ใบแข็งแรง หนาอวบน้ำ บางชนิดใบเล็กยาว ปลายใบหยักมนหรือเป็นฟันแหลม ใบมีลายเป็นเส้นขนานหลายเส้นตามแนวยาวของใบ 
    • ราก เป็นระบบรากอากาศ มีขนาดใหญ่ แขนงรากใหญ่ ปลายรากมีสีเขียวซึ่งสามารถปรุงอาหารด้วยวิธีสังเคราะห์ด้วยแสงได้ 
    • ช่อดอก ตั้งโค้งหรือห้อยย้อยลงมา ดอกจะออกกันแน่นช่อ กลีบดอกชั้นนอกโตกว่ากลีบชั้นใน ปากไม่มีข้อพับ ปลายปากไม่หยัก หรือหยักเป็นลอนเล็ก ๆ 3 ลอน ปลายปากชี้ตรงไปข้างหน้าเชื่อมต่อกับฐานเส้าเกสร เดือยดอกชี้ไปข้างหลัง มีอับเรณู 2 ก้อน แยกออกจากกัน 
    • ออกดอกปีละ 1 ครั้ง บางต้นอาจจะออกดอกครั้งละหลายช่อ

    เอื้องไอยเรศเผือก
       
    เขาแกะ
    การปลูกเลี้ยง 

    วิธีการปลูก โดยทั่วไปมักปลูก 2 วิธี ได้แก่
    1. การปลูกในภาชนะ เช่น กระเช้าไม้สัก ท่อนไม้มีเปลือก กระถางก้นเตี้ยแบบแขวน
    2. ผูกติดไว้กับต้นไม้ วิธีการปลูกจะทำตามชนิดของกล้วยไม้ เช่น ช้าง ออกดอกฤดูหนาว ปลูกโดยหันไปทางทิศใต้ เพื่อรับแสงอาทิตย์ที่ส่องทางทิศใต้ ไอยเรศและเขาแกะ ออกดอกฤดูร้อน ปลูกโดยหันทางทิศใดทิศหนึ่งเพื่อรับแสงแดดจากด้านบน
    3. การย้ายกระถางควรระวังความเสียหายของราก ถ้ารากติดกระถางให้แช่ในน้ำประมาณ 10 นาทีแล้วแกะรากออก

    แสงแดด
    • กล้วยไม้สกุลช้าง แสงแดด อากาศถ่ายเทสะดวก การปลูกจึงควรหันไปทางทิศที่รับแสงแดดได้ดี กล้วยไม้ขนาดเล็กควรได้รับแสงไม่เกิน 40 % ความชื้นค่อนข้างสูง 

    การให้น้ำ
    • ใช้หัวฉีดแบบฝอยละเอียดพ่นละอองทุกเช้าให้ชุ่ม

    การให้ปุ๋ย
    • ต้นไม้ขนาดเล็กให้ปุ๋ยสูตร 30 – 20 – 10 ทุก 7 วัน ในช่วงฤดูออกดอกให้สูตร 10 – 52 – 10 ประมาณ 2 ครั้ง แล้วให้ปุ๋ยอื่น ๆ ตามปกติ เช่น ปุ๋ยสูตร 21 – 21 – 21
    ช้างฟิลิปปินส์

    ช้างฟิลิปปินส์


    เว็บไซด์สนับสนุนข้อมูลดี ๆ ให้แก่เรา ด้วยความขอบคุณ :-
    nanapanmai.comguru.google.co.th
    รูปภาพสวย ๆ จากเว็บไซด์ต่าง ๆ ที่มิได้เอ่ยนาม ด้วยความขอบคุณยิ๋งค่ะ