หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ rhynchostylis แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ rhynchostylis แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

กล้วยไม้งาม..เอื้องเขาแกะ

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Rhynchostylis coelestis
ชื่อสามัญ : เอื้องเขาแกะ, เขาแกะ
ชื่อพื้นเมือง : เขาควาย, เอื้องขี้หมา



เขาแกะ เป็นกล้วยไม้ชนิดหนึ่งในสายสกุลช้าง (Rhynchostylis) ธรรมชาติของมันชอบขึ้นอยู่ในพื้นที่ป่าโปร่งผลัดใบ และคงไม่มีเอื้องชนิดไหนงามเทียบเท่า "เขาแกะ" ที่อยู่ในพื้นที่ป่าดังกล่าว  เราจึงมักพบ เขาแกะ ได้ทั่วไปบนคาคบไม้ในป่าโปร่งร้อน เนื่องจากมันเป็นกล้วยไม้ที่ทนความร้อนได้อย่างสุด ๆ


"เขาแกะ" ถูกเรียกชื่อตามลักษณะพบเห็น เนื่องจากใบที่โค้งงอสลับกันไปมาซ้าย-ขวา เหมือนดั่งเขาของแกะ แต่ในภาคเหนือเรามักจะเรียกว่า "เอื้องขี้หมา" หรือเรียกอีกชื่อว่า "เอื้องเขาควาย" ในภาษาอังกฤษมักนิยมเรียกว่า Blue Foxtail แปลว่า จิ้งจอกหางน้ำเงิน


เนื่องลักษณะของช่อที่ตั้งยาวขึ้น เขาแกะ จึงเป็นที่นิยมไม่น้อยในหมู่นักพัฒนากล้วยไม้ทั้งไทยและนอกจากนี้ เขาแกะ ถูกนำไปผสมกับกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ เช่น แวนดา เข็ม หรือสายพันธุ์อื่น ๆ ก็อาจเป็นได้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ลำต้น เขาแกะ มีรูปทรงใบเป็นรูปทรงกระบอก ค่อนข้างเตี้ย ตั้งตรง เจริญเติบโตทางยอด

ใบ มีลักษณะแบบคล้ายแวนด้า เรียงสลับซ้ายขวา โคนใบเป็นแผงชิดกันแน่น ปลายใบโค้งลงเล็กน้อย มองดูคล้าย เขาแกะ หรือเขาควาย แผ่นใบบางและเหนียวห่อเข้าหากัน ยาว 10-15 เซนติเมตร

ดอก เป็นช่อตั้งตรง ช่อดอกเป็นรูปทรงกระบอก มีดอกเบียดกันแน่น ขนาดดอกราว 1.5-2.0 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงบนรูปรีแกมรูปไข่กลับ กลีบเลี้ยงคู่ข้างรูปไข่กลับ กลีบดอกรูปขนานแกมรูปไข่ กลีบทั้ง 5 กลีบมีสีขาว ขอบกลีบมีขลิบเป็นสีม่วงคราม บางต้นอาจมีสีออกไปทางแดง หรือไปทางสีน้ำเงินก็มี ปลายกลีบมน กลีบปากรูปลิ่ม มีเดือย ดอกแบนและปลายโค้งลง ดอกบานทนนาน ประมาณ 2 สัปดาห์ และมีกลิ่นหอม

ฤดูกาลที่ออกดอก คือฤดูร้อน ระหว่างเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม

แหล่งกระจายพันธุ์ เขาแกะ มีแหล่งกระจายพันธุ์บริเวณป่าดิบแล้ง หรือป่าโปร่งผลัดใบในประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม สำหรับประเทศไทยพบในทุกภาค ยกเว้นภาคใต้


วิธีการปลูกเลี้ยง

เขาแกะเป็นกล้วยไม้ที่ปลูกเลี้ยงง่าย ทนแล้งได้ดี ชอบแสงแดดและอากาศถ่ายเทมากกว่าไอยเรศและช้าง อาจปลูกติดไว้กับต้นไม้ ท่อนไม้ หรือปลูกลงกระเช้าไม้



ขอบคุณเว็บไซด์ที่ให้ข้อมูลทีดีแก่เรา

www.orchidtropical.com, รวมทั้งภาพสวยจาก Flickr และเว็บอื่น ๆ

เอื้องไอยเรศ..มาลัยย้อยห้อยเป็นพวง

เอื้องไอยเรศ : เป็นหนึ่งในกล้วยไม้สายสกุลช้าง (Rhynchostylis)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า : Rhynchostylis retusa (L.) Blume
ชื่อพื้นเมืองของไทยเรียกกันหลายชื่อ : ไอยเรศ, พวงมาลัย, เอื้องพวงหางรอก, เอื้องหางฮอก




เอื้องไอยเรศ เป็นกล้วยไม้ป่าพันธุ์แท้ ที่มีถิ่นกำเนิดกระจายไปทั่วประเทศไทย แต่ที่งดงามช่อแน่นและยาว เห็นว่าจะไอยเรศที่มาจากป่าแถบตะวันตก สำหรับในต่างประเทศก็มีที่ศรีลังกา เนปาล ภูฎาน พม่า จีน ประเทศแถบอินโดจีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และหมู่เกาะบอร์เนียว 

ไอยเรศที่ขึ้นอยู่ในป่า
ไอยเรศชอบอยู่ในป่า และเกาะตามต้นไม้ใหญ่

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์  

  • เป็นกล้วยไม้ที่มีลำต้นใหญ่แข็งแรง คล้ายกล้วยไม้ช้างแต่ใบยาวกว่าและแคบกว่า ใบยาวประมาณ 40 เซนติเมตร กว้างประมาณ 4 เซนติเมตร มีทางสีเขียวแก่สลับกับสีเขียวอ่อนตามความยาวของใบคล้ายกล้วยไม้ช้าง ปลายใบมีลักษณะเป็นฟันแหลมไม่เท่ากัน 
  • ช่อดอกเป็นรูปทรงกระบอก โค้งห้อยลง ยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร ก้านช่อยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร มีดอกแน่นช่อ ในหนึ่งช่อมีดอกประมาณ 150 ดอก มากกว่ากล้วยไม้ช้าง รูปร่างลักษณะของช่อดอกที่ยาวเป็นรูปทรงกระบอกคล้ายกับลักษณะของพวงมาลัย จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “พวงมาลัย”  ในภาษาอังกฤษบางครั้งเรียกว่า Foxtail หรือ foxtail orchid rhynchostylis retusa ต้นใหญ่ ๆ มักจะแตกหน่อที่โคนต้น เกิดเป็นกอใหญ่ขึ้นได้ 
  • ลักษณะของดอก มีขนาดประมาณ 1.2-1.5 เซนติเมตร สีพื้นของกลีบนอกและกลีบในของดอกเป็นสีขาว มีจุดสีม่วงประปราย เดือยดอกมีสีม่วงอ่อน แผ่นปากมีลักษณะโค้งขึ้นบนแล้วยื่นไปข้างหน้า มีแต้มสีม่วงตรงกลางแผ่นปากส่วนโคน และปลายสุดแผ่นปากเป็นสีขาว ปลายแผ่นปากเว้า เส้าเกสรเห็นชัด ดอกจะบานอยู่ได้ประมาณ 2 สัปดาห์  ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ
  • ไอยเรศ พันธุ์ที่ดอกมีสีขาวล้วน จะเรียกว่า "ไอยเรศเผือก" ซึ่งเป็นพันธุ์ที่หายากมาก  เช่นเดียวกับไอยเรศสีแดงล้วนเหมือนช้างแดง มักพบเห็นได้ยาก แต่ที่เห็นมีคือใบของมันจะจะไม่เขียวซะทีเดียว แต่จะอมสีแดงม่วง เรียกว่า "ไอยเรศแดง"
  • ฤดูกาลในการออกดอก จะอยู่ในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม

เอื้องไอยเรศ หรือ เรียกว่า "พวงมาลัย"  Foxtail

ไอยเรศที่ปลูกเลี้ยงภายในบ้าน ได้รับแสงพอควร
วิธีการปลูกเลี้ยง
ไอยเรศปลูกเลี้ยงได้ง่าย ให้ดอกทุกปี 
  • ชอบแสงแดดมากกว่ากล้วยไม้ช้าง จึงควรปลูกไว้ในที่รับแสงแดดมากกว่ากล้วยไม้ช้างเล็กน้อย
  • วิธีการปลูกอาจเกาะไว้กับกิ่งไม้หรือท่อนไม้ ไว้ในบริเวณที่ได้รับแสงแดด หรือจะปลูกลงกระเช้าไม้ แขวนไว้ในบริเวณที่ได้รับแสงแดดเพียงพอ 
  • ควรปลูกในเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ช่วงต้นฤดูฝนจะทำให้ต้นและรากเติบโตดี


ไอยเรศเผือก

ไอยเรศเผือก
   
                     <<คราวนี้พามาชมความงามของดอกกันให้ชัด ๆ แบบเต็มตาเลยนะคะ>>


ไอยเรศฝักข้าวโพด มีช่อดอกแน่นมากค่ะ
ภาพถ่ายจากร้าน orchidbangkok.com ค่ะ


ช่อดอกเอื้องไอยเรศ หรือ พวงมาลัย


ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากเว็บไซด์
นานาพรรณไม้, วิกิพีเดีย, Flickr ที่แชร์รูปภาพสวย ๆ และเว็บไซด์อื่นที่มิได้เอ่ยนามค่ะ

วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ชวนมาชม..กล้วยไม้สกุลช้าง Rhynchostylis

กล้วยไม้สกุลช้าง (Rhynchostylis) มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย พม่า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ประเทศในแถบอินโดจีน อินเดีย ศรีลังกา ภาคใต้ของหมู่เกาะในทะเลจีน และหมู่เกาะอินเดียตะวันออก สำหรับในประเทศไทยพบว่า กล้วยไม้สกุลช้างมีกระจายพันธุ์อยู่ทุกภาคของประเทศ บางภาคอาจมีกล้วยไม้สกุลช้างชนิดหนึ่ง แต่อาจไม่มีอีกชนิดหนึ่ง




กล้วยไม้สกุลช้างที่พบตามธรรมชาติเพียง 4 ชนิด คือ


  • ช้าง (Rhynchostylis gigantea) 
  • ไอยเรศหรือพวงมาลัย (Rhynchostylis retusa) 
  • เขาแกะ (Rhynchostylis coelestis) และ 
  • ช้างฟิลิปปินส์ (Rhynchostylis violacea) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์



  • ลักษณะทางพฤษศาสตร์
    กล้วยไม้สกุลช้างมีลักษณะที่แตกต่างไปจากกล้วยไม้สกุลอื่น ๆ
    • ลำต้น สั้นแข็งแรง ใบแข็งแรง หนาอวบน้ำ บางชนิดใบเล็กยาว ปลายใบหยักมนหรือเป็นฟันแหลม ใบมีลายเป็นเส้นขนานหลายเส้นตามแนวยาวของใบ 
    • ราก เป็นระบบรากอากาศ มีขนาดใหญ่ แขนงรากใหญ่ ปลายรากมีสีเขียวซึ่งสามารถปรุงอาหารด้วยวิธีสังเคราะห์ด้วยแสงได้ 
    • ช่อดอก ตั้งโค้งหรือห้อยย้อยลงมา ดอกจะออกกันแน่นช่อ กลีบดอกชั้นนอกโตกว่ากลีบชั้นใน ปากไม่มีข้อพับ ปลายปากไม่หยัก หรือหยักเป็นลอนเล็ก ๆ 3 ลอน ปลายปากชี้ตรงไปข้างหน้าเชื่อมต่อกับฐานเส้าเกสร เดือยดอกชี้ไปข้างหลัง มีอับเรณู 2 ก้อน แยกออกจากกัน 
    • ออกดอกปีละ 1 ครั้ง บางต้นอาจจะออกดอกครั้งละหลายช่อ

    เอื้องไอยเรศเผือก
       
    เขาแกะ
    การปลูกเลี้ยง 

    วิธีการปลูก โดยทั่วไปมักปลูก 2 วิธี ได้แก่
    1. การปลูกในภาชนะ เช่น กระเช้าไม้สัก ท่อนไม้มีเปลือก กระถางก้นเตี้ยแบบแขวน
    2. ผูกติดไว้กับต้นไม้ วิธีการปลูกจะทำตามชนิดของกล้วยไม้ เช่น ช้าง ออกดอกฤดูหนาว ปลูกโดยหันไปทางทิศใต้ เพื่อรับแสงอาทิตย์ที่ส่องทางทิศใต้ ไอยเรศและเขาแกะ ออกดอกฤดูร้อน ปลูกโดยหันทางทิศใดทิศหนึ่งเพื่อรับแสงแดดจากด้านบน
    3. การย้ายกระถางควรระวังความเสียหายของราก ถ้ารากติดกระถางให้แช่ในน้ำประมาณ 10 นาทีแล้วแกะรากออก

    แสงแดด
    • กล้วยไม้สกุลช้าง แสงแดด อากาศถ่ายเทสะดวก การปลูกจึงควรหันไปทางทิศที่รับแสงแดดได้ดี กล้วยไม้ขนาดเล็กควรได้รับแสงไม่เกิน 40 % ความชื้นค่อนข้างสูง 

    การให้น้ำ
    • ใช้หัวฉีดแบบฝอยละเอียดพ่นละอองทุกเช้าให้ชุ่ม

    การให้ปุ๋ย
    • ต้นไม้ขนาดเล็กให้ปุ๋ยสูตร 30 – 20 – 10 ทุก 7 วัน ในช่วงฤดูออกดอกให้สูตร 10 – 52 – 10 ประมาณ 2 ครั้ง แล้วให้ปุ๋ยอื่น ๆ ตามปกติ เช่น ปุ๋ยสูตร 21 – 21 – 21
    ช้างฟิลิปปินส์

    ช้างฟิลิปปินส์


    เว็บไซด์สนับสนุนข้อมูลดี ๆ ให้แก่เรา ด้วยความขอบคุณ :-
    nanapanmai.comguru.google.co.th
    รูปภาพสวย ๆ จากเว็บไซด์ต่าง ๆ ที่มิได้เอ่ยนาม ด้วยความขอบคุณยิ๋งค่ะ